วันพุธที่ 8 เมษายน 2569 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุณยกร วชิระเธียรชัย ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการซ่อมหุ่นจำลองพระบรมมหาราชวังเพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และคณะทำงาน ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พินัย สิริเกียรติกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีระพัฒน์ สำราญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริเดช วังกรานต์ พร้อมกับอาจารย์ศรินยา โทณสุกุมาร หัวหน้าภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม
ให้การต้อนรับท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้ติดตาม ณ ท้องพระโรง หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) ในการเข้าร่วมพิธีตรวจรับงานหุ่นจำลองพระบรมมหาราชวัง สมัยที่ 1 พ.ศ. 2325-2332 ภายใต้โครงการซ่อมหุ่นจำลองพระบรมมหาราชวังเพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานในระยะต่อไป
โครงการนี้เกิดขึ้นด้วยดำริของ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่จะร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช 2568 ทางมูลนิธิฯ จึงได้จัดทำโครงการบูรณะปรับปรุงหุ่นจำลองพระบรมมหาราชวัง จำนวน 2 ชุด ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ให้มีความถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไทย และคืนสภาพความสมบูรณ์และงดงามให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมนำไปจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการที่ทันสมัย เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติ และสืบสานพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามพันธกิจสำคัญของมูลนิธิฯ
โดยมอบหมายให้คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็น "ผู้สร้างสรรค์หุ่นจำลองชุดเดิม" ไว้เมื่อปีพุทธศักราช 2525 โดยมีรองศาสตราจารย์ เสนอ นิลเดช เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน พร้อมกับอาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร และศาสตราจารย์อรศิริ ปาณินท์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในช่วงเวลานั้น
คณะทำงานเชื่อมั่นว่าหุ่นจำลองและนิทรรศการที่จะเกิดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้ จะเป็นสถานที่เรียนรู้ที่ทรงคุณค่า เป็นที่ประจักษ์ถึงความประณีตงดงามของสถาปัตยกรรมไทย และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยต่อไป